วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ศิลปแบบโพสท์โมเดิร์น

ที่มา http://www.electronicbookreview.com/thread/fictionspresent/tense

วัฒนธรรมของโพสท์โมเดิร์น เห็นว่า การพัฒนาสามารถที่จะทำลายวัฒนธรรม(Conceptual)ได้ ไม่มี
แก่นสารอีกแล้ว ไม่มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวอีกแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความแน่นอน.นอกจากนี้ในยุคโมเดิร์น ยังเน้นในเรื่องของฝรั่งผิวขาว หรือคนตะวันตก เป็นผู้นำของโลก หรือเป็นเอตทัคคะในทุกๆศาสตร์ เป็นคนที่ประกาศวาทกรรมที่จริงแท้ที่สุดอันปฏิเสธไม่ได้ พวกโพสท์โมเดิร์นปฏิเสธเรื่องนี้เช่นเดียวกัน พวกเขาบอกว่า ethnic group หรือชนกลุ่มน้อยที่เป็นรองในสังคม, พวก minority หรือใครก็แล้วแต่ที่เคยด้อยกว่าในยุคโมเดิร์น สามารถที่จะประกาศวาทกรรมของตนได้เช่นเดียวกัน สามารถที่จะสร้าง discourse ของตนเองได้เช่นเดียวกันเหมือนกับคนผิวขาวหรือคนตะวันตก. จะเห็นได้ว่าในยุคโพสท์โมเดิร์น เป็นการตีกลับยุคโมเดิร์น อย่างค่อนข้างชัดเจน ประการต่อมา ในยุคโมเดิร์นนั้น เป็นยุคซึ่งได้สืบทอดความคิดเรื่องผู้ชายเป็นใหญ่กว่าผู้หญิงมาตามลำดับ แต่ในยุคโพสท์โมเดิร์น ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ บอกว่าผู้หญิงก็มีสิทธิของพวกเธอเท่าเทียมกับผู้ชาย ผู้หญิงก็มีวาทกรรมของตนเอง ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ผู้ชายเป็นฝ่ายกำหนด โดยเฉพาะโครงสร้างทางสังคม ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ. ระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆที่ออกมา ผู้หญิงเป็นเบี้ยล่างมาโดยตลอด เช่น การใช้นามสกุลของผู้ชายหลังแต่งงานก็ดี กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวก็ดี รวมไปถึงเรื่องของการจัดการด้านทรัพย์สิน และกระทั่งความไม่เท่าเทียมในเรื่องของการประกอบอาชีพและค่าแรง จะเห็นถึงความไม่เสมอภาคกันเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ในยุคโมเดิร์น ยังให้ความสำคัญในเรื่องของความเจริญ และการพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ยุคโพสท์โมเดิร์นบอกว่าไม่จำเป็น เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ทำลายธรรมชาติ ทั้งความเป็นมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ฉะนั้น การรณรงค์ต่างๆซึ่งเกิดขึ้นในช่วงหลังสมัยใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนิเวศวิทยา เรื่องสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ เรื่องของสิทธิสตรี เรื่องอะไรต่างๆเหล่านี้ทั้งหมด เป็นความคิดที่ against ต่อยุคโมเดิร์น

ที่มา:
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับPostmodern Art & Philosophy ศิลปะและปรัชญาในยุคโพสท์โมเดิร์น http://midnightuniv.org/univmidnight/newpage12.htm



โพสต์โมเดิร์น เป็นคำที่ใช้โดยเหล่านักปรัชญา, นักสังคมวิทยา, นักวิจารณ์ศิลปะ และนักวิจารณ์สังคม เพื่ออ้างถึงบางแง่มุมสภาวะของศิลปะร่วมสมัย, วัฒนธรรม, เศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นผลมาจากชีวิตในปลายศตวรรษที่ 20 ต่อเนื่องถึงต้นศตวรรษที่ 21 ที่มีความพิเศษในตัวของมันเอง คุณลักษณะเหล่านี้รวมถึงโลกาภิวัตน์, บริโภคนิยม และการกระจายอำนาจด้วย ในทางเศรษฐกิจเอง โพสต์โมเดิร์นแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการผลิตเป็นจำนวนมากและสื่อสารมวลชนที่มีอยู่อย่างดาษดื่น, การรวมกันของระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศที่เป็นการรวมในแง่มุมต่างๆ ของการผลิต, การจัดระเบียบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก และการเคลื่อนย้ายจากระบบเศรษฐกิจแบบเน้นการผลิตไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการบริการ ในแง่การติดต่อสื่อสารด้วยระบบดิจิตอลแล้ว เทคโนโลยีถูกมองว่าเป็นคุณลักษณะสำคัญของประวัติศาสตร์ความก้าวหน้าของชาติตะวันตกมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 1700 นับแต่เมื่อ อดัม สมิธ ชี้ว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นสาเหตุสำคัญของความมั่งคั่งของประเทศ สิ่งบ่งชี้ของโพสต์โมเดิร์นในเรื่องการติดต่อสื่อสาร เกิดขึ้นครั้งแรกผ่านการเติบโตอย่างรวดเร็วของการกระจายสัญญาณภาพและเสียงทางโทรทัศน์ ในขณะที่คลื่นลูกที่สองคือ แนวความคิดโพสต์โมเดิร์นที่มาพร้อมกับการถือกำเนิดของการติดต่อสื่อสารด้วยระบบดิจิตอล ซึ่งทำให้แต่ละปัจเจกบุคคลสามารถสร้างสิ่งแวดล้อมและเรื่องราวของตนเองขึ้นมาได้ โพสต์โมเดิร์น..จึงเกี่ยวพันกับในหลายๆ แง่มุมทั้งทางเศรษฐกิจ, สังคม และวัฒนธรรม

ที่มา:
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2549

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น